วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

ข้อเท็จจริงจากเหล้า -> สุราคือสารเสพติด


สารเสพติด คือ สารหรือยาที่อาจเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติ หรือจากการสังเคราะห์ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยการกิน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยวิธีการใดๆ แล้วจะทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจ คือต้องเพิ่มขนาดการเสพขึ้นเรื่อย ๆ มีอาการอยากยาเมื่อขาดยา มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกาย และจิตใจอย่างรุ่นแรง ต่อเนื่อง และสุขภาพโดยทั่วไปจะทรุดโทรมลง
สุรา จัดเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีเอธิลแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม  ซึ่งเอทิลแอลกอฮอล์ เป็นแอลกอฮอล์ที่ได้จากการแปรรูปจากพืชจำพวกแป้งและน้ำตาล เช่น อ้อย ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ฤทธิ์ในทางเสพติดคือ ออกฤทธิ์กดประสาท มีการเสพติดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทั้งเบียร์และสุราเป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มีคุณค่าทางอาหารต่ำ แต่มีแคลอรี่สูง
ปัจจุบันสุราเป็นสารเสพติดอีกชนิดหนึ่งที่มีผู้ใช้เกือบทุกกลุ่มวัย เพราะหาซื้อง่าย ใช้ในหลายโอกาสที่สำคัญคนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตระหนักว่ามันคือสารเสพติดที่สร้างอันตรายทั้งจากตัวของมันเอง และเป็นอันตรายในฐานะที่เป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การเสพยาเสพติดอื่นๆตามมา ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม
 
หากมีปัญหาหรือข้อสงสัย โทรมาคุยกับเราได้ที่ สายด่วน 1413 ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์ 
- See more at: http://www.1413.in.th/content-view-1.htm#sthash.C8zErp5b.dpuf

โทษของการดื่มสุรา

แอลกอฮอล์นั้น นักเคมีเรียก ethyl alcohol หรือ ethanol (CH3CH2OH) แอลกอฮอล์ธรรมชาติเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลงเหลือจากการหมัก มนุษย์เรารู้จักแอลกอฮอล์มานานนับพันปีแล้ว ในรูปแบบของเหล้าองุ่น เบียร์ และนํ้าผึ้ง ในสมัยคริสต์ศตวรรษ ที่ 16 นักกายวิภาคศาสตร์ชื่อ Vesalius ได้ตรวจพบว่า คนที่ดื่มแอลกอฮอล์มากมักจะเป็นโรคร้ายนานาชนิดที่สําคัญๆ ได้แก่ โรคตับวาย เป็นต้น

คนติด สรุายาเมามักจะเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวาย
มะเร็งกระเพาะ ตับแข็งและเส้นเลือดในสมองแตก คนขับรถที่เมามักจะขาดพลังควบคุมสติสัมปชัญญะ ทําให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน หญิงมีครรภ์ที่ดื่มแอลกอฮอล์จะแท้งลูกในท้อง หรือหากไม่แท้งทารกที่คลอดออกมาจะมีร่างกายและสติปัญญาที่บกพร่อง

ภัยอันตรายทั้งหลายเหล่านี้ทําให้แพทย์สรุปได้ว่า แอลกอฮอล์เป็นสาเหตุสําคัญอันดับสองรองจากบุหรี่ที่ทําให้คนเราเสียชีวิตก่อนถึง
เวลาอันควร

งานวิจัยของ Pakhen Erg แห่ง Neurological Research Laboratory ที่เดนมาร์ก ฉบับที่ตีพิมพ์ในวารสาร Lancet ประจําเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ได้ชี้ให้เห็นว่า แอลกอฮอล์มิได้ฆ่าหรือทําลายเซลล์ประสาทในสมองแต่อย่างใด มันเพียงแต่ทําให้เนื้อเยื่อที่เชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทเหล่านั้นเสื่อมสมรรถภาพเท่านั้นเอง เขาพบ
ว่า จํานวนเซลล์เนื้อเยื่อในสมองของคนติดเหล้าจะน้อยกว่าจํานวนเซลล์เนื้อเยื่อในสมองของคนไม่กินเหล้า 11%
และในสมองส่วนที่ทําหน้าที่จํานั้น จํานวนเซลล์เนื้อเยื่อสมองของคนติดเหล้าน้อยกว่าของคนที่ไม่ติดเหล้า 80%
กลไกการออกฤทธิ์ต่ออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย

การออกฤทธิ์ของสุรา คนส่วนมากมักเข้าใจผิดว่าสุรานั้นจะออกฤทธิ์ต่อร่างกายเมื่อถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วมันออกฤทธ์ทำลายตั้งแต่อวัยวะแรกที่สำผัสจนตลอดตามเส้นทางเดินของ
สุราที่ผ่านเข้ามาในร่างกาย ซึ่งสามารถอธิบายตามลำดับขั้นตอนได้ดังต่อไปนี้

1.ปากและลำคอ
เมื่อสุราเข้าปากและลำคอจะไปออกฤทธิ์ต่อผิวอวัยวะภายในช่องปากทำให้เกิดการระคายเคืองชิ้นเยื่อบุที่ละเอียดอ่อนในปากและหลอดอาหาร มักมีอาการร้อนซู่เมื่อผ่านลงไป

2.กระเพาะอาหารและลำไส้ สุราเมื่อผ่านลงสู่กระเพาะจะมีผลกับผนังชั้นนอกสุดที่เป็นชั้นที่จะปกป้องกระเพาะอาหาร จะทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ถ้าอาการเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน
เกิดอาการอักเสบของเยื่อบุชั้นในสุดของผนังหรือกระเพาะอาหารหรืออาจทะลุลำไส้เล็กได้ นอกจากนั้นสุรายังเป็นอุปสรรคกับการดูดซึมอาหารบางชนิด เช่น วิตามินB1, กรดโฟลิก ,ไขมัน วิตามินบี6,วิตามินบี 12 และกรดอะมิโนต่าง ๆ

3.กระแสเลือด ร้อยละ95 ของสุราที่เข้าสู่ในร่างกาย จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด โดยผ่านเยื่อบุในกระเพาะอาหาร และลำไส้ส่วนดูโอดีนั่มอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงกระแสเลือดจะเข้าไปในเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ
ในร่างกายอย่างรวดเร็ว แอลกอฮอล์ทำให้เซลล์ของเลือดเกาะเป็นก้อนเหนียว การไหลเวียนจึงช้าลง และปริมาณออกซิเจนลดต่ำลงด้วย สุราทำให้โลหิตจาง โดยจะไปลดการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้ความเม็ดเลือดขาวทำลายแบคทีเรียช้าลง และทำให้การแข็งตัวของเกล็ดเลือดช้าลงด้วย

4. ตับอ่อน แอลกอฮอล์จะทำให้เซลล์ของตับอ่อนระคายเคือง และบวมขึ้น สุราทำให้การไหลของน้ำย่อยไม่สามารถที่จะเข้าไปในลำไส้เล็กได้ ทำให้น้ำย่อยย่อยตัวตับอ่อนเอง ทำให้เกิดเลือดออกอย่าง
เฉียบพลันและการอักเสบของตับอ่อน พบว่า 1ใน5 จะเสียชีวิตไปในครั้งแรก เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับตับอ่อน การสร้างอินซูลินขาดหายไป และทำให้เป็นเบาหวานในที่สุด

5. ตับ แอลกอฮอล์มีอิทธิพลต่อเซลล์ของตับ ทำให้เกิดการบวม ทำให้น้ำดีซึมผ่านไปทั่วตับ เป็นเหตุให้ตัวเหลือง รวมทั้งส่วนขอบตาและผิวหนังเป็นสีเหลืองด้วย ทุกครั้งที่ดื่มสุรานั้น เซลล์ของตับจะถูก
ทำลายเป็นผลให้ตับแข็ง การเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับมีถึง 8 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ดื่มสุรา

6. หัวใจ แอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อของหัวใจบวม ทำให้เกิดเป็นพิษกับหัวใจมีการสะสมของไขมันมากขึ้น และทำให้การเผาผลาญช้าลงไปด้วย

7. กระเพาะปัสสาวะและไต แอลกอฮอล์ทำให้เยื่อบุของกระเพาะปัสสาวะบวม ทำให้ไม่สามารถยืดได้ตามปกติ การระคายเคืองของไตทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น

8. ต่อมเพศ ต่อมอัณฑะจะบวม ทำให้ความสามารถทางเพศลดลง

9. สมอง เป็นอวัยวะที่ไวต่อฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ซึ่งเห็นได้ชัดเจน ก่อให้เกิดพิษแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง

9.1 พิษแบบเฉียบพลัน ได้แก่ Alcoholic intoxication แบ่งออกเป็นพิษในระดับมากน้อยแตกต่างกันไป ตามระดับของแอลกอฮอล์ในเลือดดังนี้
ระดับแอลกอฮอล์ (มิลลิกรัม/100มิลลิลิตร)
30 mg% - ทำให้เกิดการสนุกสนานร่าเริง
50 mg% - เสียการควบคุมการเคลื่อนไหว
100 mg% - แสดงอาการเมาให้เห็น เดินไม่ตรงทาง
200 mg% - เกิดอาการสับสน
300 mg% - เกิดอาการง่วงซึม
400 mg% - เกิดอาการสลบ และอาจถึงแก่ชีวิตได้

9.2 พิษเรื้อรัง
แอลกอฮอล์มีพิษโดยตรงต่อสมอง ทำให้เซลล์สมองเสื่อม ในผู้ติดสุราพบว่ามีการฝ่อลีบของสมองส่วนคอร์เทกซ์ ซึ่งจะมีผลต่อการเสื่อมทางจิตด้วยหลายประการ เช่น ขาดความรับผิดชอบ ความจำเสื่อม เมื่อเป็นมากเกิดประสาทหลอน หูแว่ว หลงผิด หวาดระแวง คลุ้มคลั่ง และแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาท โดยกดศูนย์ควบคุมระบบต่าง ๆ เช่นกดศูนย์หายใจและศูนย์ควบคุมการไหลเวียนของโลหิตในสมอง ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

อ้างอิง
http://www.classifiedthai.com/content.php?article=7635
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2552). ยาเสพติดคืออะไร. ค้นเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2554, จาก http://www.thaihealth.or.th/node/9830
Ethyl alcohol (เอทิลแอลกอฮอล์). (ม.ป.ป.). ค้นเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2554, จาก http://chemsafe.chula.ac.th/chemtrack/index.php?option=com_content&task=view&id=170&Itemid=1
แอลกอฮอล์. (ม.ป.ป.). ค้นเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2554, จาก http://www.bangkokhealth.com/index.php/narcotic/1565-2009-01-22-08-54-38.html
- See more at: http://www.1413.in.th/content-view-1.htm#sthash.C8zErp5b.dpuf

โทษของบุหรี่ โทษภัยจากการสูบบุหรี่และยาเสพติด

อันตรายของผู้สูบบุหรี่

     ผู้สูบบุหรี่มักตายก่อนวัยอันสมควรมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ได้มีการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญว่าการสูบบุหรี่มีผลร้ายต่อสุขภาพ และผู้ที่อยู่ใกล้ชิดอย่างยิ่ง ในบุหรี่มีสารพิษต่างๆ หลายชนิด ซึ่งก่อให้เกิดโทษ ดังนี้ ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่นโรคมะเร็ง โรคปอด เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้หน้าแก่ก่อนวัย และยังเป็นที่รังเกียจของบุคคลรอบข้าง นอกจากโทษภัยในปัจจุบันนี้แล้ว ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ ก่อนตายจิตจะเศร้าหมอง ไม่ผ่องใส เมื่อตายแล้ว ก็จะต้องตกนรก ที่มีชื่อว่ามหาโรรุวนรก เป็นมหานรกหลุมที่ 5 รองรับผู้ที่ชอบดึ่มสุรา และเสพสิ่งมึนเมา ยาเสพติด มีบุหรี่เป็นต้นโทษของบุหรี่

โทษภัยจากการสูบบุหรี่

 ในสังคมปัจจุบันมีค่านิยมผิดๆ ที่มักคิดว่าการสูบบุหรี่ เป็นการกระทำที่โก้เก๋ หรือคิดไปเองว่า เป็นลูกผู้ชายเต็มตัว ซึ่งแท้ที่จริงแล้วการสูบบุหรี่ เป็นการฆ่าตัวเอง และฆ่าบุคคลรอบข้างอย่างเลือดเย็นที่เดียว บุหรี่จัดเป็นสิ่งเสพติดอันตราย เป็นฆาตกรเงียบ ที่ทำร้ายชีวิตเราและบุคคลรอบข้าง โดยไม่รู้ตัว แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเสพติดชนิดนี้เป็นสิ่งที่รู้จักกันดีในสังคม แถมยังได้รับการสนับสนุนจากทั้งทางภาครัฐและเอกชนให้ผลิตและจำหน่ายอย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดความสับสนว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีกันแน่ แต่ที่แน่ๆ จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก สรุปอันตรายของผู้สูบบุหรี่ว่า . . .โทษของบุหรี่ มหานรกขุมที่ 5

     อายุไขของสัตว์นรกในขุมนี้ มีอายุ 8,000 ปีนรก คือ ในหนึ่งวันหนึ่งคืนของมหานรกหลุมนี้เมื่อเทียบกับเวลาในมนุษย์โลกแล้วเท่ากับ 2,304 ล้านปีของมนุษย์โลก ถ้าเป็น 8 พันปี ก็เท่ากับ 6,727,680,000 ในเมืองมนุษย์ สัตว์นรกในขุมนี้ จะโดนลงทัณฑ์ทรมานหลายรูปแบบ เช่น จะเกิดรวมกันในหลุมขนาดใหญ่ ที่มีลักษณะคลายกับที่เขี่ยบุหรี่ จากนั้นก็จะมีนายนิรยบาล ตัวสูงใหญ่ นำบุหรี่มาจุดสูบ เมื่อสูบเสร็จนายนิรยบาล ก็จะนำบุหรี่มาเขี่ยในหลุมขนาดใหญ่ที่มีสัตว์นรกอยู่ และบี้บุหรี่ให้โดนสัตว์นรกในหลุมนั้นให้ตายอย่างทุกข์ทรมาน

โทษของบุหรี่ในมหานรกโทษของบุหรี่

     จากนั้นนายนิยบาลก็จะพ่นกรดพิษที่ได้จากการสุบบุหรี่ใส่พวกสัตว์นรกในหลุมนั้น พวกสัตว์นรกเมื่อโดนควันกรดพิษก็จะแสบทรมานทุรนทุรายไปทั่วร่างกาย แล้วก็ค่อยๆ ละลายตายไปในที่สุด จะต้องตายเกิดๆ อีกนับครั้งไม่ถ้วน ส่วนอีกพวกหนึ่งคือพวกสัตว์นรกจะเกิดในหลุมขนาดใหญ่กว่าเดิมที่มีความร้อนระอุอยู่ตลอดเวลา จากนั้นพวกนายนิรยบาล ที่มีขนาดใหญ่ ก็ต่างมารุมที่หลุมนั้น แล้วต่างก็จับตัวสัตว์นรกขึ้นมาจากหลุมด้วยมือข้างหนึ่ง ได้กำสัตว์นรกไว้ในมือ อีกข้างหนึ่งก็ได้นำแผ่นยาสูบเหล็กร้อนขึ้นมา แล้วจับสัตว์นรกที่อยู่ในมือ มาวางไว้บนแผ่นยาสูบเหล็กร้อนนั้น แล้วเอายาสูบมาคลุกกับร่างของสัตว์นรก
     จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองข้างม้วน สัตว์นรกก็จะถูกม้วนอยู่ข้างใน ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับบุหรียัดไส้ แล้วนายนิรยบาลก็จุดบุหรี่ยัดไส้นั้นสูบด้วยความเมามัน แล้วได้พ่นควันกรดพิษที่ได้จากการสูบบุหรี่ ใส่พวกสัตว์นรกในหลุมนั้น พวกสัตว์นรกเมื่อโดนควันกรดพิษ ก็จะแสบทรมานทุรนทุรายไปทั่วร่างกาย และค่อยๆ ละลายตายไปในที่สุด จะต้องหมุนเวียนตายเกิดๆ อีกนับครั้งไม่ถ้วน ส่วนอีกรูปแบบหนึ่ง สัตว์นรกเมื่อเกิดขึ้นมาในมหานรกหลุมนี้แล้ว ก็จะวิ่งหนี แต่หนีไปทางไหนก็จะเจอกำแพงบุหรี่ ขึ้นมาขวางทุกทาง จนกระทั่งกำแพงบุหรี่ล้อมขังตัวเอง ซึ่งมีควันพิษนั้นรมสัตว์นรกนั้นอยู่ตลอดเวลา

      จากนั้นฝนบุหรี่ก็ตกลงมาเป็นห่าฝน พุ่งทะลุสัตว์นรกจนตาย ได้รับทุกข์ทรมานมากมาย ต้องตายเกิดๆ นับครั้งไม่ถ้วน นี้เป็นเพียงตัวอย่างเพียงเล็กน้อย ของการทัณฑ์ทรมานในมหานรกหลุมนี้ ซึ่งยังมีทัณฑ์ทรมานอื่นๆ อีกมากมายเราจะสังเกตว่าในมหานรกหลุมที่ 5 นี้ มีระยะเวลายาวนานกว่าผู้ที่ทำผิดศีลข้อที่ 1-4 เนื่องจากว่า ร่างกายมนุษย์เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากมีไว้เพื่อสร้างความดี  สร้างบุญสร้างบารมี ดังนั้น เมื่อร่างกายถูกสารเสพติดทำร้ายจนเสื่อมประสิทธิภาพ ก็เท่ากับเป็นการตัดรอนโอกาสในการสร้างบุญบารมี ตัดรอนชีวิตของตัวเราเอง  เพราะฉะนั้น ใครที่ยังติดบุหรี่ก็ควรเลิกอย่างเด็ดขาดหรือที่ใครยังไม่เคยสูบก็อย่าไปลอง ควรรักษาสรีระยนต์นี้ไว้ให้ดี เพื่อจะได้สร้างบุญบารมีไปได้นานๆ

ผลเสียของการสูบบุหรี่

ทุกปีจะมีผู้เสียชีวิตจากบุหรี่ปีละ 400000

คนหรืออาจจะมากว่านั้นแต่ละปีรัฐบาลต้องเสียงบประมาณเป็นค่ารักษาโรคที่เกิดจากบุหรี่มากมาย โทษของบุหรี่สมัยนี้มีมากว่าสมัยก่อนหลายเท่าเนื่องจากบุหรี่ปัจจุบันมีสารนิโคตินและ tar ต่ำทำให้คนสูดบุหรี่เข้าปอดให้ลึกๆ

ผู้ที่อยู่กับผู้ที่สูบบุหรี่ก็ได้รับผลเช่นเดียวกันเราเรียกกลุ่มนี่ว่าสูบบุหรี่มือสอง ควันที่ออกจากผู้สูบบุหรี่จะมีสารที่มีขนาดเล็กสามารถเข้าปอดของผู้สูบบุหรี่มือสองผลเสียของการสูบบุหรี่ได้แก่

โรคหัวใจ
การสูบบุหรี่จะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ผู้ที่สูบบุหรี่จะเพิ่มอัตราการเกิดโรหัวใจ 5 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีระดับไขมัน HDL-Cholesterol(ไขมันซึ่งป้องกันหลอกเลือดแดงตีบ)ต่ำ และยังกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติทำให้หัวใจและหลอดเลือดเกิดโรค ยิ่งสูบมากยิ่งมีโอกาสเกิดโรคมาก โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากกว่าผู้ชายที่สูบบุหรี่เนื่องจาการสูบบุหรี่มีผลต่อระดับฮอร์โมน estrogen มีรายงานว่าผู้ที่สูบุหรี่มือสองเมื่ออยู่ในห้องที่สูบบุหรี่เพียงครึ่งชั่วโมงระดับของสารต้านอนุมูลอิสระในเลือดเช่นวิตามิน ซีจะมีระดับลดลง

โรคมะเร็ง 
 ร้อยละ30ของผู้ป่วยมะเร็งจะสูบบุหรี่ ผู้ป่วยมะเร็งปอดจะสูบุหรี่ร้อยละ85 ผู้ที่สูบบุหรี่มือสองจะมีการเพิ่มขึ้นของมะเร็งปอดร้อยละ 25 ผู้ที่สูบุหรี่ที่มีไส้กรองจะมีอุบัติการณ์ของมะเร็งปอดชนิด adenocarcinoma สูงเนื่องจากผู้ป่วยจะสูดเข้าแรงมากทำให้สารก่อมะเร็งเข้าสู่ปอด ผู้ที่สูบบุหรี่ที่ใส่ menthol ก็มีโอกาสเป็นมะเร็งปอดสูง นอกจากมะเร็งปอดแล้วบุหรี่ยังก่อให้เกิดมะเร็งที่คอ ปาก หลอดอาหาร ไตกระเพาะปัสสาวะ มดลูก

โรคอัมพาตและสมองเสื่อม
ผู้ที่สูบบุหรี่วันละซองจะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคอัมพาต2เท่าครึ่งเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบ และยังพบว่าปัจจัยเสี่ยงยังคงมีอยู่หลังหยุดสูบบุหรี่ 14 ปี นอกจากนั้นยังพบโรคสมองเสื่อมเพิ่มในผู้ที่สูบบุหรี่

โรคปอด
ปีหนึ่งจะมีผู้ที่สูบบุหรี่เสียชีวิตจากโรคถุงลมโป่งพอง ปอดบวม หลอดลมอักเสบเป็นจำนวนมาก

การตั้งครรภ์และทารก
ผู้ที่สูบบุหรี่วันละซองโดยเฉพาะที่เริ่มสูบตั้งแต่อายุ 18 ปีจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เป็นหมัน ครรภ์นอกมดลูกและการแท้งและยังเพิ่มอัตราการตายในทารก การสูบบุหรี่จะไปลดกรดโฟลิก กรดโฟลิกจะมีส่วนช่วยป้องกันความพิการแต่กำเนิด ลูกที่เกิดจากแม่ที่สูบบุหรี่มักจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ

สำหรับเด็กที่เติบโตในสิ่งแวดล้อมที่พ่อหรือแม่ที่สูบบุหรี่จะมีอุบัติการณ์การเกิดโรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ ปอดบวม เพิ่มขึ้นร้อยละ50

การสูบบุหรี่กับสุขภาพช่องปาก
การสูบบุหรี่สามารถทำให้โรคมะเร็งในช่องปากและโรคเหงือก โดยควันบุหรี่จะทำลายเนื้อเยื่อที่ยึดระหว่างเหงือกและฟันทำให้เหงือกร่น ทำให้ดื่มน้ำร้อนหรือน้ำเย็นจะเสียว เกิดฟันผุ ทำให้แผลหายช้า มีกลิ่นปาก มีคราบบุหรี่ติดที่เหงือกและฟัน

การสูบบุหรี่กับโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ
โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ ผู้ที่สูบจะมีอายุสั้นกว่าผู้ที่ไม่สูบประมาณ 7-10ปี บุหรี่นอกจากจะทำให้เกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือดยังก่อให้เกิดโรคข้อและกระดูกดังนี้

โรคกระดูกพรุน
การสูบบุหรี่จะลดเลือดที่ไปเลี้ยงกระดูก นิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ยังลดการสร้างกระดูกและลดการดูดซึมแคลเซียมทำให้ผู้ที่สูบมีโรคกระดูกพรุน กระดูกหักง่าย
การสูบบุหรี่ทำให้กระดูกสะโพกหักง่ายเนื่องจากกระดูกพรุน
การสูบบุหรี่ทำให้เกิดการอักเสบของข้อและกระดูกจากการออกกำลังได้ง่าย มีการฉีกของเอ็นและกล้ามเนื้อ
การสูบบุหรี่ทำให้กระดูกที่หักต่อติดกันได้ยากและทำให้แผลหายช้า
การสูบบุหรี่ทำให้ประสิทธิภาพของนักกีฬาลดลงเนื่องจากการทำงานของปอดสู้ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ไม่ได้ ผู้ที่สูบบุหรี่จะหายใจมากกว่าผู้ที่ไม่สูบ 3 ครั้ง
ผู้ที่สูบบุหรี่มีโรคปวดหลังมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
การสูบบุหรี่กับโรคทางเดินอาหาร
การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคร้ายแรงมากมาย และมีการเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆรวมทั้งระบบอาหาร โรคทางเดินอาหารที่สัมพันธ์กับบุหรี่มีดังนี้

Heartburn 

หรือคนไทยเรียกร้อนใน ผู้ป่วยจะมีอาการจุกหน้าอก เกิดจาการที่บุหรี่ทำให้หูรูดที่กั้นระหว่างกระเพาะและหลอดอาหารหย่อนตัว กรดจากกระเพาะล้นเข้าไปยังหลอดอาหารทำให้เกิดการอักเสบ

Peptic Ulcer

เชื่อว่าบุหรี่ทำให้เกิดการติดเชื้อ Helicobacter pylori (H.pylori)ได้ง่าย เชื้อดังกล่าวเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นการสูบบุหรี่ยังทำให้ตับอ่อนไม่สามารถสร้างด่างได้มากพอ กรดที่มาจากกระเพาะจึงมีความเป็นกรดมากจึงทำให้เกิดแผลโดยเฉพาะแผลที่ลำไส้เล็กส่วนต้น duodenal ulcer และจะหายยากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่

โรคตับ

ตับมีหน้าที่กำจัดของเสียออกจากร่างกาย มีหลักฐานว่าการสูบบุหรี่จะทำให้ความสามารถในการกำจัดของเสียลดลง

 อ้างอิง

http://www.dmc.tv/pages/scoop
http://www.siamhealth.net/public_html/Health/smoking/bad_effect.htm#.VBkdzJSSyrY

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

กระท่อม (พืช)

สำหรับความหมายอื่น ดูที่ กระท่อม (แก้ความกำกวม)
Gnome globe current event.svg
เนื้อหาในบทความนี้ล้าสมัย โปรดปรับปรุงข้อมูลให้เป็นไปตามเหตุการณ์ปัจจุบันหรือล่าสุด ดูหน้าอภิปรายประกอบ
กระท่อม

การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: พืช (Plantae)
หมวด: Magnoliophyta
ชั้น: Magnoliopsida
อันดับ: Gentianales
วงศ์: Rubiaceae
สกุล: Mitragyna
สปีชีส์: M. speciosa
ชื่อทวินาม
Mitragyna speciosa
Korth.
กระท่อม เป็นไม้ยืนต้น ที่จัดเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ตามความใน พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7 ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งสิ่งเสพติดในประเภท 5 ได้แก่ กัญชา และพืชกระท่อม

สารเสพติดที่พบ

สารสำคัญที่พบในใบกระท่อมคือ ไมทราไจนีน (Mitragynine) เป็นสารจำพวกอัลคาลอยด์ ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง (CNS depressant) เช่นเดียวกับยาเสพติดกลุ่มเดียวกัน เช่น psilocybin LSD และ ยาบ้า ทำให้รู้สึกชา กดความรู้สึกเมื่อยล้าขณะทำงานทำให้สามารถทำงานได้นานและทนมากขึ้น และทนต่อความร้อนมากขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงทำให้ผู้ที่ใช้ใบกระท่อม สามารถทำงานกลางแจ้ง ได้ทนนานขึ้น

ข้อห้ามสำหรับเยาวชน

ทั้งใบกระท่อมและสารที่สกัดจากกระท่อมเกือบทุกชนิด มีฤทธิ์ต่อสมองและจิตประสาท ใช้สำหรับผู้ที่ต้องตรากตรำทำงานหนักมากๆและนานๆจนเกิดอาการปวดเมื่อยรุนแรง รู้สึกเหนื่อยล้าทำงานไม่ไหว เช่น กรรมกรตัดอ้อย กรรมกรก่อสร้าง กรรมกรแบกหาม เป็นต้น กระท่อมจึงเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับเยาวชนซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในวัยที่ต้องศึกษาเล่าเรียน ผู้ซึ่งทำงานที่ต้องใช้สมองและสติปัญญา

ผลจากการเสพ

กระท่อมออกฤทธิ์ประเภทกระตุ้นประสาท การเสพใบกระท่อมมาก ๆ หรือเป็นระยะเวลานาน มักจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีขึ้นที่บริเวณผิวหนัง ทำให้ผู้ที่รับประทานมีผิวคล้ำและเข้มขึ้น และยังพบอีกว่าเสพกระท่อมโดยไม่ได้รูดเอาก้านใบออกจากตัวใบก่อน อาจจะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า "ถุงท่อม" ในลำไส้ได้ เนื่องจากก้านใบและใบของกระท่อมไม่สามารถย่อยได้ จึงตกตะกอนติดค้างอยู่ภายในลำไส้ ทำให้ขับถ่ายออกมาไม่ได้ เกิดพังผืดขึ้นมาหุ้มรัดอยู่โดยรอบก้อนกากกระท่อมนั้น ทำให้เกิดเป็นก้อนถุงขึ้นมาในลำไส้ บางรายจะมีอาการโรคจิตหวาดระแวง เห็นภาพหลอน คิดว่าคนจะมาทำร้ายตน และพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง

อาการเมื่อ

อวัยวะเพศแข็งตัว
ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและกระดูก
แขนขากระตุก
อ่อนเพลีย ไม่สามารถทำงานได้
อารมณ์ซึมเศร้า
น้ำตาไหล น้ำมูกไหล
ก้าวร้าวรุนแรง
นอนไม่หลับ
ร่างกายมีอุณหภูมิสูงผิดปกติ
ถ่ายอุจจาระเหลวมากปกติ
อยากอาหารยาก
อาเจียนคลื่นใส้
มีอาการไอมากขึ้น
กระวนกระวายมากขึ้น
รักษาหายเร็ว
ผลการศึกษาหลายแห่งสรุปว่า
การใช้ใบกระท่อมในขนาดยาต่ำ ให้ผลกระตุ้นประสาท
ส่วนการใช้ขนาดยาสูง ให้ผลกดประสาท
แม้ใบกระท่อมให้ผลการออกฤทธิ์ที่อาจมีประโยชน์ทางยาได้ แต่ทำให้เสพติดและมีผลเสียต่อสุขภาพ หากใช้ติดต่อกันนาน ๆ
สรรพคุณทางยา[แก้]
สมัยโบราณ กระท่อมเป็นพืชที่ใช้เข้าเป็นตัวยาในตำรับพวกประเภทยาแก้ท้องเสีย ในสูตรยาของหมอพื้นบ้านหรือหมอแผนโบราณ เช่น ตำรับยาประสะกระท่อม และบางพื้นที่ก็กล่าวต่อ ๆ กันมาว่า สามารถรักษา บรรเทา โรคเบาหวานได้

 กฎหมายควบคุมพืชกระท่อม ตอนนี้เราควบคุมอย่างไร? 

จัดเป็นยาเสพติดในไทย พม่า มาเลเซีย
ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตาม พ.ร.บ ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 ห้ามปลูก ผลิต ครอบครอง จำหน่าย นำเข้าส่งออก หรือเสพพืชกระท่อม
จัดเข้าในบัญชีของกลุ่มยาและสารพิษ ประเภท 9 ในออสเตรเลีย ห้ามปลูกและนำเข้าพืชกระท่อมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 ยกเว้นการนำเข้าเพื่อการศึกษาวิจัย
ยาและสารพิษในกลุ่มประเภท 9: เป็นสารที่ไม่มีการใช้บำบัดอาการหรือโรคแต่มีแนวโน้มในการใช้ในทางที่ผิด

อ้างอิง
http://www.entheology.org/edoto/anmviewer.asp?a=63&z=5 Entheology.org
http://www.boringdays.net/kratom/ Boringdays.net
http://www.thaihealth.or.th/node/5671
ยาเสพติดสูตรใหม่สี่คูณร้อย ใช้กระท่อมผสมหลอดไฟและยาฆ่าแมลง

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

โฮโรอีน หรือ ผงขาว (HEROIN)

ลักษณะทั่วไป


เฮโรอีนเป็นยาเสพตดให้โทษชนิดร้ายแรง ประเภท ๑ (ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒) เฮโรอีนได้จากการสังเคราะห์ตามกรรมวิธีทางเคมี ฤทธิ์ของเฮโรอีนมีความรุนแรงกว่ามอร์ฟีน ประมาณ ๔-๘ เท่าและรุนแรงกว่าฝิ่นประมาณ ๓๐-๘๐ เท่า เฮโรอีนที่แพร่ระบาดในปัจจุบันมี ๒ ชนิด คือ
เฮโรอีนบริสุทธิ์ หรือเฮโรอีนเบอร์ ๔ มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว ชนิดนี้จะมีเนื้อเฮโรอีนสูงถึง ๙๐ – ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีกลิ่น รสขมจัด (นิยมเรียกว่า ผงขาว) มักบรรจุอยู่ในถุงห่อกระดาษ พลาสติก หรือหลอด ฯลฯ นิยมเสพโดยวิธี ฉีด สูบ ฯลฯ
เฮโรอีนผสม หรือเฮโรอีนเบอร์ ๓ นิยมเรียนกันทั่วไปว่า แค๊ป ไอระเหย ลักษณะเป็นเกล็ด ไม่มีกลิ่น มีหลากสีต่าง ๆ กัน เช่น สีม่วงอ่อน สีชมพูอ่อน สีดินลูกรัง ฯลฯ ชนิดนี้มีเนื้อเฮโรอีนประมาณ ๕ – ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเฮโรอีนไม่บริสุทธิ์ เนื่องจากมีสารพิษประเภทสารหนู สติ๊กนิน กรดประสานทอง ฯลฯ เป็นส่วนผสมอยู่ด้วย มักจะพบบรรจุอยู่ในซองพลาสติกหรือห่อกระดาษ นิยมเสพโดยวิธีสูดไอระเหย

อาการผู้เสพติดเฮโรอีน

เฮโรอีน เป็นยาเสพติดที่ร้ายแรง เสพติดได้ง่ายเมื่อใช้เพียง ๑ หรือ ๒ ครั้ง อาจทำให้เกิดอาการมึนงงเซื่องซึม ง่วง เคลิ้มหลัดได้เป็นเวลานาน ไม่สนใจต่อสิ่งต่าง ๆ รอบข้าง บางรายเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตาลาย สำหรับผู้ที่เสพจนติด เสพเป็นประจำร่างกายจะทรุดโทรม ผอมตัวซีดเหลือง ของตาคล้ำ ดวงตาเหม่อลอย น้ำหนักตัวลดอย่างรวดเร็ว สมองและประสาทเสื่อม ความคิดสับสน ความจำเสื่อม อ่อนเพลียไม่มีแรง และหากใช้ยาเกิดขนาด ฤทธิ์ของเฮโรอีนจะทำให้หัวใจหยุดทำงาน เกิดอาการ “ช็อค” ถึงแก่ความตายได้ทันที สำหรับอาการขาดยาหรือไม่ได้เสพยาเมื่อถึงเวลาเสพ ผู้เสพติดเฮโรอีนจะเกิดอาการทุรนทุราย ทุกข์ทรมาน น้ำมูก น้ำตาไหล ความคิดฟุ้งซ่าน สับสน หงุดหงิด กระวนกระวาย ปวดเจ็บตามกล้ามเนื้อตามกระดูก ปวดท้องอย่างรุนแรง หูอื้อ ตาพร่ามัว อาเจียนอย่างรุนแรง ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด นอนไม่หลับ บางรายมีอาการเพ้อคลั่ง ชักและหมดสติอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

เฮโรอีนที่แพร่ระบาดในประเทศไทย แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
1. เฮโรอีนบริสุทธิ์ หรือ เฮโรอีนเบอร์ 4 มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว ชนิดนี้จะมีเนื้อ เฮโรอีนสูงถึง 90-95% ไม่มีกลิ่น รสขมจัด นิยมเรียกว่า ผงขาว มักบรรจุอยู่ในถุง ห่อกระดาษ พลาสติก หรือหลอด ส่วนใหญ่เสพโดยวิธีฉีดหรือสูบ
2. เฮโรอีนผสม หรือ เฮโรอีนเบอร์ 3 มีลักษณะเป็นเกล็ด ไม่มีกลิ่น รสขมจัด ชนิดนี้จะมีเนื้อเฮโรอีน ประมาณ 5-20% และมีการผสมสารอย่างอื่นลงไป เช่น สารหนู สตริกนิน กรดประสานทอง น้ำกัญชาต้ม ยานอนหลับ และเจือสีต่างๆ เช่น สีม่วงอ่อน สีชมพูอ่อน จึงมีสีหลากหลายต่างกัน มักพบบรรจุอยู่ในซองพลาสติกหรือห่อกระดาษ นิยมเสพโดยวิธีสูดไอระเหย ดังนั้นจึงมีคนเรียกเฮโรอีนชนิดนี้ว่า ไอระเหย

เฮโลอีน

1. เฮโรอีนผสม หรือเรียกว่าเฮโรอีนเบอร์ 3 หรือไอระเหย เป็นเฮโรอีนที่มีความบริสุทธิ์ต่ำ เนื่องจากมีการผสมสารอื่นเข้าไปด้วย เช่น ผสมสารหนู
สตริกนิน ยานอนหลับ กาเฟอีน แป้ง น้ำตาลและอาจผสมสี เช่น สีม่วงอ่อน สีชมพูอ่อน สีน้ำตาล อาจพบในลักษณะเป็นผง เป็นเกล็ด หรืออัดเป็นก้อนเล็กๆ
มีวิธีการเสพโดยการสูดเอาไอสารเข้าร่างกาย จึงเรียกว่า "ไอระเหย" หรือ "แคป"
2. เฮโรอีนเบอร์ 4 เป็นเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ที่มีความบริสุทธิ์สูงมีลักษณะเป็นผงละเอียด หรือเป็นเม็ดคล้ายไข่ปลา หรือพบในลักษณะอัดเป็นก้อน
สี่เหลี่ยมผืนผ้า มักมีสีขาวหรือสีครีม ไม่มีกลิ่น มีรสขม เป็นที่รู้จัดทั่วไปว่า"ผงขาว" มักเสพโดยนำมาละลายน้ำและฉีดเข้าร่างกาย หรือ ผสมบุหรี่สูบ

  การเสพเฮโรอีน 

การสูดไอระเหย การสูบ ผสมน้ำฉีดเข้าเส้น หรือกล้ามเนื้อ
ผลต่อร่างกาย
1. ต่อผิวหนัง เป็นอาการที่ทำให้เส้นเลือดใต้ผิวหนังเกิดการขยายตัว เกิดเป็นตุ่มเล็กๆขึ้นบริเวณผิวหนังและกระตุ้นสารฮิสตามีน (Histamine) และกระตุ้นต่อมเหงื่อด้วย อาการนี้พบเห็นได้หลังจากเสพเฮโรอีนใหม่ๆ จะมีอาหารคันใต้ผิวหนังจึงแสดงอาการเกา หรือลูบบริเวณใบหน้า ลำคอ นอกจากนี้ผู้เสพจะมีเหงื่อออกมากกว่าปกติและขนลุก
2. ต่อลำไส้ ทำให้ลำไส้บิดตัวลงผู้เสพจึงมีอาการท้องผูก
3.กดศูนย์การหายใจ ทำให้หายใจได้ช้ากว่าปกติ ถ้าใช้ในปริมาณมากจะทำให้หัวใจหยุดเต้นได้
4. ทำลายฮอร์โมนเพศ ถ้าผู้เสพเป็นเพศหญิงจะทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ ถ้าผู้เสพเป็นเพศ ชายจะทำให้ฮอร์โมนเพศลดลง ไม่มีความรู้สึกต้องการทางเพศ
5.ทำลายระบบภูมิคุ้มกันโรคของร่างกาย ผู้เสพจึงมีโอกาสติดเชื้อโรคได้ง่าย อาการที่พบเห็นภายนอกคือ ผิวหนังมีอาการติดเชื้อเป็นแผลพุพอง ติดเชื้อวัณโรค ติดเชื้อโรคตับอักเสบ นอกจากนี้ผู้เสพติดเฮโรอีนจะทำให้ติดโรคเอดส์ได้ง่ายกว่าปกติ เพราะผู้เสพมักใช้เข็มฉีดยาที่ไม่ได้ทำความสะอาด หรือใช้เข็มฉีดยา ร่วมกันจนทำให้ติดเชื้อ HIV

การออกฤทธิ์ของเฮโรอีน 

ออกฤทธิ์กดระบบประสาท มีอาการเสพติดทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีอาการขาดยาทางร่างกายอย่างรุนแรงกดและกระตุ้นสมอง และประสาท เฮโรอีน
พิษร้ายทำลายชาติ ออกฤทธิ์รุนแรงในทางกดประสาท ได้แก่ ศูนย์ประสาทส่วนการหายใจ สมองส่วนหน้า กดประสาทส่วนไขสันหลัง และออกฤทธิ์แสดง
ปฏิกิริยาต่อระบบประสาทส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น ระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่ายปัสสาวะ และระบบการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย ผู้ที่ไม่เคย
เสพเฮโรอีน เมื่อเสพเข้าไปจึงอาจติดได้ง่ายกว่าฝิ่นหรือมอร์ฟีน เพราะมีฤทธิ์เข้มข้นรุนแรงกว่ามากมาย ถ้าเสพเข้าไปมากเกินกำลังความต้านทาน
ของร่างกายก็อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นถึงตายได้ ผู้เสพเฮโรอีนมักจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก ปวดตามข้อ ปวดสันหลัง ปวดบั้นเอว และปวดหัว
อย่างรุนแรง มีอาการจุกแน่นในอก คล้ายใจจะขาด อ่อนเพลียอย่างหนัก หมดเรี่ยวแรง ร้อนๆ อึดอัดทุรนทุราย นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย บางราย
มีอาหารชัก ตาตั้ง น้ำลายฟูมปาก ม่านตาดำหดเล็กลง ใจคอหงุดหงิด ฟุ้งซ่าน มึนงง หายใจไม่ออก

อาการของผู้เสพติดเฮโรอีน

เฮโรอีน มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เป็นผลทำให้ระงับอาการปวดที่รุนแรงได้ ผู้เสพจะหายปวด รู้สึกสบายมีอาการเคลิบเคลิ้ม เซื่องซึม ง่วงนอน ไม่สนใจสิ่งต่างๆรอบข้างสำหรับผู้ที่เสพจนติด ร่างกายจะทรุดโทรม ขอบตาคล้ำ ดวงตาเหม่อลอย น้ำหนักตัวลดอย่างรวดเร็ว สมองและประสาทเสื่อม
ความคิดสับสนหากใช้ยาเกิดขนาด ฤทธิ์ของเฮโรอีน จะทำให้หัวใจหยุดทำงาน เกิดอาการ "ช็อค" ถึงตายได้ทันทีผู้ที่เสพติดยาเสพติดประเภทนี้
จะมีลักษณะที่สังเกตได้ชัด คือ ร่างกายซูบซีดผอมเหลือง นัยน์ตาเหลืองซีด ม่านตาหรี่ไม่กล้าสู้แสง (จึงมักสวมแว่นกันแดด) ริมฝีปากเขียวคล้ำ ง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลา และส่วนใหญ่จะมีอาการเฉยเมยต่อสิ่งแวดล้อม และสภาพการณ์ของตนเอง หลายคนกลายเป็นคนฟุ้งซ่าน เกียจคร้าน หรือมีอารมณ์เปลี่ยนแปลง ถ้าสังเกตตามร่างกายอาจพบร่องรอยบางอย่าง เช่น จมูกแดง มีผงติดตามจมูก (ถ้าสูดเฮโรอีนผง) มีรอยเข็มด้านในท้องแขน (ถ้าฉีดเฮโรอีนเข้าเส้น) นอกจากนี้ยังมียาหรืออุปกรณ์การเสพ เช่น กล้องฝิ่น ก้อนฝิ่นดำ ผงสีขาวในถุงในแคปซูล ช้อนคีบ กระบอกและเข็มฉีดยา ฯลฯ ซุกซ่อนอยู่ตามที่ที่ปกปิดมิดชิด

โทษ ของเฮโรอีน

ทำให้สมองเสื่อม ปัญญาอ่อน ร่างกายซีดผอม ทรุดโทรม จนถึงขาดภูมิต้านทานโรค ซึ่งอาจทำให้ เสียชีวิตด้วยโรคแทรกซ้อน หรือเสพเกิน ขนาดอาจถึงขั้นช็อค และเสียชีวิตได้การเสพเฮโรอีน
ด้วยการฉีด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น ยังเป็นการเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์อีกด้วย
1. โทษต่อผิวหนัง เป็นอาการที่ทำให้เส้นเลือดใต้ผิวหนัง เกิดอาการขยายตัว เกิดเป็นตุ่มแดงเล็ก ๆ ขึ้นบริเวณผิวหนังและ กระตุ้นสารฮิสตามีน(Histamine) และกระตุ้นต่อมเหงื่อด้วย อาการนี้พบเห็นได้ หลังจากผู้เสพเฮโรอีนใหม่ ๆ จะมีอาการคันใต้ผิวหนังจึงแสดงอาการเกา หรือลูบบริเวณใบหน้า
ลำคอ นอกจากนี้ผู้เสพจะมีเหงื่อออกมากกว่าปกติและขนลุก
2. โทษต่อลำไส้ ทำให้ลำไส้บิดตัวลงผู้เสพจึงมีอาการท้องผูก
3. กดศูนย์การหายใจ ทำให้หายใจช้ากว่าปกติ ถ้าใช้ในปริมาณมากจะทำให้หัวใจหยุดเต้นได้
4. ทำลายฮอร์โมนเพศถ้าผู้เสพเป็นเพศหญิงจะทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ ถ้าผู้เสพเป็นเพศชาย
จะทำให้ฮอร์โมนเพศลดลง ไม่มีความรู้สึก ต้องการทางเพศ
5. ทำลายระบบภูมิคุ้มกันโรคทางร่างกาย ผู้เสพติดจึงมีโอกาสติดเชื้อโรคได้ง่าย อาการที่พบเห็นภายนอก คือ ผิวหนังมีอาการติดเชื้อเป็นแผลพุพอง
ติดเชื้อวัณโรค ติดเชื้อโรคตับอักเสบ นอกจากนี้ผู้เสพติดเฮโรอีนจะทำให้ติดโรคเอดส์ได้ง่ายกว่าปกติ เพราะผู้เสพมักใช้เข็มฉีดยาที่ไม่ได
้ทำความสะอาด หรือใช้เข็มฉีดยาร่วมกันจนทำให้ติดเชื้อ HIV ผู้เสพติดเฮโรอีนที่ติดเชื้อ HIV ก็จะเป็นผู้แพร่ระบาด HIV เนื่องจากการจับกลุ่มใช้เข็มฉีดยา
ร่วมกัน หรือในบางครั้งก็ มีเพศสัมพันธ์ร่วมกัน โดยไม่ได้ป้องกัน

  อ้างอิง

http://kolonline.wordpress.com
http://suchakree.hellothailand.org/health/heroin_01.php